Viscosity Controller อุปกรณ์ควบคุมความหนืดที่ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความสม่ำเสมอ

Viscosity Controller อุปกรณ์ควบคุมความหนืดที่ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความสม่ำเสมอ

ในกระบวนการผลิตที่ต้องใช้ของเหลวเป็นส่วนประกอบสำคัญ “ความหนืด” เป็นอีกหนึ่งค่าที่ไม่ควรมองข้าม เพราะความหนืดมีผลโดยตรงต่อการไหล การจ่าย และการกระจายตัวของของเหลว หากค่าความหนืดเปลี่ยนแปลงระหว่างการผลิต อาจทำให้คุณภาพของชิ้นงานในแต่ละรอบไม่เท่ากัน และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ทำงานร่วมกัน
ด้วยเหตุนี้ Viscosity Controller จึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยควบคุมความหนืดของของเหลวให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม โดยเฉพาะกระบวนการผลิตที่ต้องการความสม่ำเสมอและความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง BNC Industry มีอุปกรณ์ในกลุ่ม BML Series ให้เลือกใช้งานตามลักษณะของกระบวนการผลิต ตั้งแต่รุ่น BML-10V, BML-15V ไปจนถึง BML-20V


ทำไมการควบคุมความหนืดจึงสำคัญต่อการผลิต?
ความหนืดเป็นคุณสมบัติที่แสดงถึงความต้านทานการไหลของของเหลว ของเหลวที่มีความหนืดมากจะไหลได้ช้ากว่า ในขณะที่ของเหลวที่มีความหนืดน้อยจะสามารถไหลได้ง่ายกว่า ดังนั้นหากค่าความหนืดไม่คงที่ ย่อมส่งผลต่อปริมาณและลักษณะของของเหลวที่ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการผลิต
ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความสม่ำเสมอ ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ การใช้ Viscosity Controller จึงช่วยให้สามารถควบคุมกระบวนการได้เป็นระบบมากขึ้น และลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน


สำหรับ BML Series มีค่าความแม่นยำในการควบคุมอยู่ที่ 2% ซึ่งช่วยให้การควบคุมค่าความหนืดมีความสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับกระบวนการที่ต้องการควบคุมของเหลวอย่างต่อเนื่อง
BML-10V เหมาะกับงานที่ต้องการขนาดเครื่องกะทัดรัด
สำหรับกระบวนการที่มีปริมาณของเหลวไม่มากและต้องการอุปกรณ์ที่ติดตั้งได้ง่าย BML-10V เป็นหนึ่งในรุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งาน โดยตัวเครื่องมีขนาด 760 × 350 × 280 มม. และมีน้ำหนักสุทธิประมาณ 19 กิโลกรัม
รุ่นนี้รองรับการควบคุมในช่วง No.3: 13-30s และสามารถรองรับปริมาตรสูงสุดของ Sub-tank ได้ 20 ลิตร พร้อม Delivery Hose ขนาด 10 × 6.5 มม. × 2 มม. จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการควบคุมปริมาณของเหลวในระดับหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขนาดใหญ่


BML-15V เพิ่มความสามารถในการรองรับของเหลว
หากกระบวนการผลิตมีปริมาณของเหลวเพิ่มขึ้น BML-15V สามารถรองรับ Sub-tank ได้สูงสุดถึง 40 ลิตร โดยตัวเครื่องมีขนาด 760 × 350 × 280 มม. และน้ำหนักสุทธิ 21 กิโลกรัม
จุดที่น่าสนใจของรุ่นนี้คือสามารถรองรับช่วงการควบคุมได้ทั้ง No.3: 13-30s และ No.4: 13-50s ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งานมากขึ้น ขณะที่ความแม่นยำในการควบคุมยังอยู่ที่ 2% และใช้ Delivery Hose ขนาด 11 × 8 มม. × 2.3 มม.


BML-20V สำหรับกระบวนการที่ต้องรองรับปริมาณมาก
สำหรับงานที่ต้องจัดการของเหลวในปริมาณมากขึ้น BML-20V สามารถรองรับ Sub-tank ได้สูงสุดถึง 80 ลิตร ซึ่งมากกว่ารุ่น BML-10V และ BML-15V อย่างชัดเจน ตัวเครื่องมีขนาด 790 × 380 × 300 มม. และน้ำหนักสุทธิ 25 กิโลกรัม


BML-20V รองรับการควบคุมในช่วง No.4: 13-50s พร้อมความแม่นยำ 2% และใช้ Delivery Hose ขนาด 25 × 16 มม. × 2.5 มม. จึงเหมาะกับกระบวนการที่ต้องการรองรับปริมาณของเหลวมาก และต้องการระบบควบคุมที่รองรับการทำงานในระดับอุตสาหกรรม


เลือก Viscosity Controller จากลักษณะงาน ไม่ใช่แค่ขนาดเครื่อง
การเลือก Viscosity Controller ให้เหมาะสมควรพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปริมาณของเหลวที่ต้องควบคุม ช่วงค่าความหนืด ลักษณะของกระบวนการผลิต รวมถึงขนาดของระบบที่ต้องติดตั้ง เพราะแต่ละรุ่นมีความสามารถในการรองรับ Sub-tank และช่วงการควบคุมที่แตกต่างกัน


หากเป็นระบบที่มีปริมาณของเหลวไม่มาก BML-10V อาจตอบโจทย์ได้ดี ขณะที่ BML-15V เหมาะกับงานที่ต้องการความสามารถในการรองรับปริมาณเพิ่มขึ้น และ BML-20V เหมาะสำหรับระบบที่ต้องจัดการของเหลวในปริมาณสูงถึง 80 ลิตร


การเลือกจากลักษณะการใช้งานจริงจึงช่วยให้ผู้ประกอบการได้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับระบบมากกว่าเลือกจากขนาดหรือกำลังของเครื่องเพียงอย่างเดียว
ควบคุมความหนืดอย่างเหมาะสม เพื่อคุณภาพการผลิตที่สม่ำเสมอ
ในงานอุตสาหกรรม ความสม่ำเสมอของกระบวนการเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกขั้นตอนมีความเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การส่งผ่านของเหลว ไปจนถึงขั้นตอนการผลิตและการควบคุมคุณภาพ การควบคุมความหนืดจึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นไปตามค่าที่กำหนด
BML Series จาก BNC Industry มีทั้ง BML-10V, BML-15V และ BML-20V เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน โดยมีความแม่นยำในการควบคุม 2% และเลือกความสามารถในการรองรับ Sub-tank ได้ตั้งแต่ 20 ลิตร, 40 ลิตร ไปจนถึง 80 ลิตร ทำให้สามารถพิจารณารุ่นที่เหมาะสมกับปริมาณและลักษณะของงานได้มากขึ้น
เพราะการควบคุมความหนืดที่เหมาะสม ไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องค่าความหนืดเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิตในภาพรวมอีกด้วย

Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy